วันอังคารที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2553

หลุมขาว คืออะไร???

หลายคนคงทราบกันดีอยู่แล้วว่า หลุมดำนั้น มีหน้าตาเป็นอย่างไร?? และน่ากลัวกันแค่ไหน อันนี้ทุกคนคงทราบกันดี
แต่มีเจ้าสิ่งนึงที่หลายคนอาจยังไม่รู้และยังโต้แย้งกันอยู่ว่า มันมีจริงหรือไม่?? นั่นก็คือ "หลุมขาว" นั่นเอง ซึ่งเจ้าหลุมขาวนี้ละที่ผมจะมาขอเปิดประเด็น ณ กระทู้นี้

 เกริ่นนำบ้าๆบอๆตามประสาเจ้าของกระทู้
เรื่องของเรื่อง จะหาว่าผมเอ๋อ หรือไม่รู้จักโลกกว้างก็ได้ครับ เพราะเมื่อไม่นานนี้ ผมเพิ่งจะมารู้จักไอ้คำว่า "หลุมขาว" ตอนแรกก็นึกว่าเพื่อนมันพูดเล่นมุข ว่ามันจะส่อมุขของลับ รูอะไรขาวๆรึเปล่า ฮ่าๆๆ  (พอๆออกนอกทะเลละตรู)
เข้าเรื่องต่อครับ ทีนี้ผมก็เลยอยากรู้มากมายว่าไอ้ "หลุมขาว" นี่ มันมีจริงๆหรือ เคยได้ยินแต่หลุมดำนะเฮ้ย -*-
และแน่นอนถ้าอยากรู้มีสิ่งนึงที่ชาวโลกต้องคำนึงถึงนั่นคือ พี่กูเกิ้ล ว่าแล้วก็เซิสหาข้อมูลใน Google ซะเลยหลังจากที่ได้อ่านข้อมูลของหลุมขาวแล้ว ผมก็ได้เอ่ยพูดคำว่า "แง่ง ตกลงหลุมขาวมันยังไงกันแน่วะ" แต่อ่านๆก็เพลินดีก็เลยขอนำข้อมูลที่ว่ามาแบ่งปันเพื่อนๆชาวโพสจังด้วยให้มาแสดงความคิดเห็นแล้วช่วยผมสรุปกันหน่อยเอาละทีนี้ข้าเนื้อหาละ


เริ่มเข้าเรื่องเลยนะครับ..ข้อมูลที่ผมเค้าบอกมาเงี้ย 
 "หลุมขาว" (White Hole) คือ บริเวณที่สสสารและพลังงาน จะปรากฏออกมาจาก เอกภพหนึ่งไปยังอีกเอกภพหนึ่ง ในช่วง หนึ่งจะแสดงตัวเป็น "หลุมขาว" (White Hole) ในที่และเวลาอีกแห่งหนึ่งของ อวกาศ และจะป้อนสสารพลังงาน จากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง นักวิชาการบาง ท่านมีความแน่ใจว่า "หลุมดำ" และ "หลุมขาว" นี่เอง คือคำตอบสำคัญของการนำ มาอธิบายปรากฏการณ์ของควอซาร์ ซึ่งเป็นแหล่งมีพลังงานสูงมากมหาศาลและ เชื่อว่า ควอซาร์ คือสถานที่ของหลุมขาว

"หลุมขาว" (White Hole) มาว่าถึงปรากฎการและพลังงานกันบ้าง ซึ่งมันมีผลลัพธ์แบบนี้ครับนั่นคือหลุมขาวจะตรงข้ามกับหลุมดำ เช่น หลุมดำดูดทุกสิ่งเข้าหาในตัว แต่หลุมขาวจะต่างออกไปจะกลับผลักทุกสิ่งทุกอย่างออกไปจากตัวมัน

"หลุมขาว" (White Hole) มาว่ากันในทางทฤษฎี  ก็คือการกลับทิศ ของเวลาในหลุมดำ ซึ่งเป็นไปได้ในทางคณิตศาสตร์แต่เป็นไปไม่ได้ในทางฟิสิกส์ เพราะเวลาไม่สามารถย้อนกลับได้ครับ จึงไม่มีจริงในธรรมชาติ เป็นแต่เพียง คำตอบหนึ่งในสมการของไอนส์ไตน์ หรือจะบอกว่าขัดกับกฎข้อที่สองของเทอร์โมไดนามิคก็ได้

ข้อมูลที่ผมหามาได้และความรู้ที่ผมมีก็มีเท่านี้ละครับ ปัญหาในการโต้เถียงเรื่องหลุมขาวนั้น มีจริงหรือไม่มีจริง ก็ยังโต้เถียงกันอยู่ต่อไป
ส่วนใครที่มีข้อมูลเพิ่มเติมมาเสริมความรู้เพิ่มค่า EXP ใส่สมองให้ผมให้หน่อยจะขอบคุณมากๆเลยครับ
ว่าแล้วขอจบเรื่องราวในกระทู้เพียงเท่านี้ก่อน ใครมีความคิดเห็นอะไรยังไงช่วยชี้แนะด้วยเน้อครับผม ^^

ทำไมแพะต้องรับบาปด้วยน้า ??? มีคำตอบค้าบ

เป็นสำนวน ซึ่งหมายถึงคนที่รับเคราะห์กรรมแทนผู้อื่นที่ทำกรรมนั้น

ส่วนที่มาของสำนวนนี้ พจนานุกรมศัพท์ศาสนาสากล ฉบับราชบัณฑิตยสถาน
พิมพ์ครั้งที่ ๒ (แก้ไขเพิ่มเติม) ได้ระบุไว้ ดังนี้
ที่มาของคำว่า แพะรับบาป นี้ ปรากฏในคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม
ซึ่งเป็นคัมภีร์ของชาวอิสราเอลผู้มีภูมิหลังเป็นผู้มีอาชีพเลี้ยงแพะ เลี้ยงแกะ

แพะรับบาปเป็นพิธีปฏิบัติในวันลบบาปประจำปีของชาวอิสราเอล
ซึ่งเริ่มต้นด้วยปุโรหิตถวายวัวเป็นเครื่องบูชาไถ่บาปของตนเองและครอบครัว

เมื่อเสร็จพิธีแล้ว ปุโรหิตจะนำแพะ ๒ ตัวไปถวายพระเป็นเจ้าที่ประตูเต็นท์นัดพบ
และจับสลากเลือกแพะ ๒ ตัวนั้น

สลากที่ ๑ เป็นสลากสำหรับแพะที่ถวายพระเป็นเจ้า อีกสลากหนึ่งเป็นสลากสำหรับแพะรับบาป
หากสลากแรกตกแก่แพะตัวใด แพะตัวนั้นจะถูกฆ่าและถวายเป็นเครื่องบูชา
เพื่อไถ่บาปของประชาชน เรียกว่า "แพะรับบาป"

ส่วนสลากที่ ๒ หากตกแก่แพะตัวใด แพะตัวนั้นเรียกว่า "แพะรับบาป"
ซึ่งปุโรหิตจะถวายพระเป็นเจ้าทั้งยังมีชีวิตอยู่
แล้วใช้ทำพิธีลบบาปของประชาชน โดยยกบาปให้ตกที่แพะตัวนั้น
เสร็จแล้วก็จะปล่อยแพะตัวนั้นให้นำบาปเข้าไปในป่าลึกจนแพะและบาปไม่สามารถกลับมาอีก

ส่วนในศาสนาฮินดู เซอร์มอเนียร์ วิลเลียมส์ สันนิษฐานว่า
การฆ่ามนุษย์บูชายัญคงไม่เป็นที่ถูกอัธยาศัยพื้นฐานของพวกอารยัน

คัมภีร์พราหมณะจึงอธิบายว่าเทวดาฆ่ามนุษย์
ส่วนที่เหมาะสมจะใช้บูชายัญก็ออกไปจากมนุษย์เข้าสู่ร่างม้า
ม้าจึงกลายเป็นสัตว์ที่เหมาะสมจะใช้บูชายัญ
เมื่อฆ่าม้า ส่วนที่เหมาะสมจะใช้บูชาก็ออกจากม้าไปเข้าร่างโค
เมื่อฆ่าโค ส่วนที่เหมาะสมจะใช้บูชาก็ออกจากโคไปสู่แกะ จากแกะไปแพะ
ส่วนที่เหมาะสมจะใช้บูชา คงอยู่ในตัวแพะนานที่สุด
แพะจึงกลายเป็นสัตว์ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับใช้ฆ่าบูชายัญ



"แพะรับบาป" พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ ได้อธิบายว่า

"หนังยาง" เพียงเส้นเดียวก็ลดพุงได้ด้วย !!!!

เป็นวิธีการที่ช่วยลดความอ้วนได้โดยเฉพาะที่เอวและที่หน้าท้องให้เล็กลงได้อย่างน่าทึ่งที่สุด...แล้วยังแถมอีกด้วยนะคือไม่จำเป็นต้องออกกำลังกายและไม่ต้องมานั่งอดอาหารให้เกิดความหิวกระหายทุรนทุรายให้เสียสุขภาพจิตเล่น

เป็นวิธีการที่ช่วยลดความอ้วนได้โดยเฉพาะที่เอวและที่หน้าท้องให้เล็กลงได้อย่างน่าทึ่งที่สุด...แล้วยังแกมอีกด้วยนะคือไม่จำเป็นต้องออกกำลังกายและไม่ต้องมานั่งอดอาหารให้เกิดความหิวกระหายทุรนทุรายให้เสียสุขภาพจิตเล่น ๆอีกเสียด้วย...
ใช้เวลาแค่วันละแค่ 5 นาทีเท่านั้นเอง ก็สามารถที่จะทำให้เอวหนา ๆของเเรานั้นลดลงมาเป็นเอวบาง ๆเล็ก ๆ ได้ อย่างที่ว่าไม่น่าเชื่อ... 
เคล็ดลับที่จะนำมาเสนอแนะให้กับทุกๆท่านลองทำกันดูในครั้งนี้ของเรานั้น เป็นเคล็ดลับที่ทำง่ายอย่างมากและที่สำคัญคือไม่จำเป็นต้องลงทุนอะไรมากมาย...
เคล็ดที่ว่านี้จะทำโดยแค่ให้ใช้หนังยางที่ใช้สำหรับรัดผม (อย่างที่เห็นตามรูปตัวอย่างที่ เห็นในรูปภาพจะเป็นหนังยางแบบที่หนา ๆหน่อย ซึ่งรู้สึกว่าจะมีส่วนผสมที่ทำมาจากไหมพรม(ที่แนะนำนั้นก็เพื่อว่าเวลาที่จะคล้องลงไปเป็นเวลานานแล้วนั้นจะได้ไม่รู้สึกว่าเจ็บ)
นำหนังยางอย่างที่ว่านั้นมาคล้องลงไปตรงที่หัวแม่เท้าทั้งสองข้างให้เข้ามาติดกัน(อย่างที่เห็นตามรูปตัวอย่างที่แสดงไว้ในรูปที่ 1-2 )
และเมื่อคล้องลงไปแล้วก็มีข้อกำหนดนิดนึงว่าให้พยายามอย่าให้ส้นเท้าแยกออกจากกันเท่านั้นเป็นใช้ได้ แล้วทีนี้ก็ลงนอนลงไปอย่างตามสบายเลยทีเดียว...

ทำทุกๆวันและก็ทำเพียงแค่วันละแค่เพียง 5 นาทีก็พอและที่ดีที่สุดก็ตรงที่ไม่ต้องมานั่งลดอาหารให้ร่างกายต้องหิวโหยขาดอาหารจนเกิดเป็นร่างกายทรุดโทรมขึ้นมาได้..ว่าอย่างนั้น
และในเวลาที่ทำเคล็ดลับฉบับนี้นั้นมือก็ว่างจะนอนอ่านหนังสือหรือนอนกดโทรศัพท์มือถือเล่นก็ได้ตามสบายแล้วแต่จะต้องการเสียด้วย
ข้อที่ควรระวังที่มีนั้นก็จะมีเพียงว่า
1...ตอนที่ทำอยู่ถ้าเกิดอาการปวดที่ท้องน้อยขึ้นมาอย่างแรงแล้วละก็ขอให้งดการทำเสียทันที 
2...อย่าทำมากเกินขนาดเป็นเวลานานเกินกว่าเวลาที่กำหนดไปมาก ๆ เป็นชั่วโมง ๆ
และในเคล็ดลับการลดความอ้วนด้วยเคล็ดในครั้งนี้เราได้ทำการทดสอบ กับคนที่ต้องการลดความอ้วนมาแล้วหลายคน(ใช้เวลาในการทำทุกวันประมาณ 2 อาทิตย์) และทุกคนก็ได้รับผลคือสามารถลดหน้าท้องและเอวให้เล็กลงมาได้อันเป็นที่น่าพอใจด้วยกันทุกคนเลย
ทำไมถึงเพียงแค่ใช้แค่ยางรัดที่ใช้รัดผมมารัดที่หัวแม่เท้าแล้วจึงลดความอ้วนที่เอวและที่หน้าท้องได้ล่ะ?
อันนี้มีเหตุผล
คนที่คิดเรื่องนี้ได้เขาค้นพบว่า การที่กระดูกบั้นเอว(โค๊ต สุ บัง) มีอาการ เบี้ยว โย้เย้(ยู กา มู) อยู่ไม่ตรงที่แน่นอน เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้กล้ามเนื้อบั้นเอวและหน้าท้องของเรานั้นหยุดการทำงานที่ดีไป
ดังนั้นเมื่อเราได้ใช้หนังยางรัดลงไปที่นิ้วหัวแม่เท้า ซึ่งเป็นจุดสำคัญของร่างกายที่จะไปช่วยบังคับการทำงานของกล้ามเนื้อส่วนนั้นให้ทำงานดีขึ้นและตรงเป้าหมาย ช่วยให้กระดูกบั้นเอวของเรากลับคืนมาสู่ในที่ตั้งอันมั่นคง เป็นปกติ คือไม่เบี้ยวโย้เย้ กล้ามเนื้อหน้าท้องและรอบบั้นเอวก็จะค่อยๆแบนราบลง
เป็นเคล็ดลับที่น่าทึ่งมาก(สำหรับคนที่เอวหนา ๆ และมีหน้าท้องอึ๋มๆ ลองนำไปทำดูกับตัวเองบ้างก็ได้  

พระยอดเมืองขวาง วีรบุรุษของไทยสมัยร.5

.....พระยอดเมืองขวาง
(พระมาจากตำแหน่งคุณพระ  ยอดหมายถึงเป็นเจ้าเมือง  ขวางคือเมืองเชียงขวางในลาวที่มีทุ่งไหหิน)
เป็นวีรบุรุษของไทยสมัยร.5 (พ.ศ. 2395 - พ.ศ. 2443)
เป็นบุตรของพระยาไกรเพ็ชร (มิตร กฤษณมิตร)
เป็นข้าราชการฝ่ายปกครองในสังกัดกระทรวงมหาดไทย  เคยประจำอยู่จำปาศักดิ์
ต่อมาได้เจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงานเป็นเจ้าเมืองเชียงขวาง(ที่มาของชื่อ)และเมืองคำม่วนตาม
ลำดับ  ท่านทำงานในบังคับบัญชาของพระเจ้าน้องยาเธอ   กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม

.....ในปี พ.ศ. 2436 (ร.ศ. 112) เกิดกรณีพิพาทระหว่างการปักปันเขตแดนฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง
ระหว่างไทยกับฝรั่งเศส เมื่อฝรั่งเศสต้องการเมืองคำม่วน กองทหารนำโดย "มองซิเออร์ลูซ" (Luce)
บังคับให้พระยอดเมืองขวางออกจากเมืองคำม่วน เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2436 แต่พระยอด
เมืองขวางไม่ยินยอมจึงเกิดการสู้รบกัน เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2436 เมื่อ "นายลูซ" สั่งให้
"นายกรอสกุรัง"พร้อมกับทหารญวน(ตอนนั้นญวนเป็นเมืองขึ้นฝรั่งเศส)เข้ามาจับกุมหลวงอนุรักษ์
ผู้ช่วยของพระยอดเมืองขวางที่ตำบลนาหลักหินปลายด่านคำม่วนต่อกับเมืองท่าอุเทนของฝั่งไทย
และเกิดการต่อสู้กันทำให้ "นายกรอสกุรัง" เสียชีวิตพร้อมกับทหารญวน 11-12 คน บาดเจ็บ 3 คน
ฝ่ายทหารไทยเสียชีวิต 6 คน บาดเจ็บ 4 คน

(รูปนายปาวี  ปาวีเคยเป็นกงศุลฝรั่งเศสประจำสยาม บังคับให้เรายกฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงให้ฝรั่งเศส
พอเราไม่ยอม ฝรั่งเศสก็เอาเรือสามลำมาปิดปากน้ำขู่เราจนเราต้องยอม ถือว่าเป็นคนเนรคุณ
เพราะครั้งหนึ่งไทยเคยช่วยชีวิตเขาแต่ต่อมากลับแว้งกัดเรา เคยมีรูปปั้นแกพร้อมรูปปั้นชายหญิงลาว
นั่งไหว้อยู่ที่เวียงจันทน์พอลาวได้เอกราช รูปปั้นโดนรื้อไปทิ้งแม่น้ำโขง ภายหลังสถานทูตฝรั่งเศสใน
ลาวไปกู้ขึ้นมา) 
.....จากเหตุการณ์นี้ทำให้นายออกุสต์   ปาวีไม่พอใจกล่าวหาว่าพระยอดเมืองขวางเป็นฆาตกร
บุกเข้าไปทำร้ายนายกรอสกุรังขณะนอนป่วยอยู่ในที่พักและนำเรื่องขึ้นพิจารณาคดีในศาลรับสั่งพิเศษ
รัชกาลที่ 5 ทรงโปรดให้พระเจ้าน้องยาเธอ  กรมหลวงพิชิตปรีชากร แม่ทัพใหญ่อีสานใต้เป็นประธาน
คณะผู้พิพากษาซึ่งประกอบด้วย  พระยาสีหราชเดโชชัย  พระยาอภัยรณฤทธิ์  พระยาเทเวศวงศ์วิวัฒน์
พระยาธรรมสารนิติ์  พระยาฤทธิรงค์  พระยาธรรมสารเนตติ์  มี หลวงสุนทรโกษาและ
นายหัสบำเรออัยการเป็นทนายฝ่ายโจทย์  มีนายตีเลกี (William Alfred Tilleke) ต่อมารับราชการ
เป็นพระยาอรรถการประสิทธิ์ต้นสกุลคุณะดิลกและนายเวอร์นอน เพจ  (Vernon Page)
ชาวอังกฤษเป็นทนายจำเลย
(รูปจากหนังสือพิมพ์ต่างประเทศสมัยนั้นว่าหมาป่าฝรั่งเศสรังแกลูกแกะสยาม) 
.....การพิจารณาคดี "พระยอดเมืองขวาง" ดำเนินเป็นเวลา 22 วัน ตั้งแต่ 24 กุมภาพันธ์ ถึง 16
มีนาคม พ.ศ. 2437 ศาลมีคำพิพากษาว่า พระยอดเมืองขวางไม่มีความผิดตามฟ้องและให้ปล่อย
ตัวเป็นอิสระสร้างความไม่พอใจให้กับนายลาเนสซังผู้สำเร็จราชการอินโดจีนและขอให้จัดตั้ง
ศาลผสมไทย-ฝรั่งเศส ประกอบด้วยผู้พิพากษาฝรั่งเศส 3 คนเดินทางมาจากไซ่ง่อนและสยาม 2 คน
พิจารณาคดีเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2437 และตัดสินให้จำคุกพระยอดเมืองขวาง 20 ปี ด้วยเสียง
ข้างมาก 3 เสียงของฝ่ายฝรั่งเศส

(เรือรบแองกองสตังต์ (Inconstant))
 .....พระยอดเมืองขวางถูกจำคุกอยู่ 4 ปี ก็ได้รับอิสรภาพจากคำร้องขอของรัฐบาลฝรั่งเศสเมื่อวันที่ 6
พฤศจิกายน พ.ศ. 2441   พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานบำนาญให้เป็น
พิเศษเดือนละ 500 บาท ท่านได้รับการยกย่องในฐานะวีรบุรุษผู้รักชาติต่อมาได้ล้มป่วยและเสียชีวิต
ใน ร.ศ. 119 (พ.ศ. 2443) อายุได้ 48 ปี เป็นต้นสกุล "ยอดเพ็ชร์" และ "กฤษณมิตร"
นี่คือประวัติวีรบุรุษของเราในอดีตซึ่งเรียกกันว่าคดีพระยอดเมืองขวาง  นำมาเล่าให้ฟังเพื่อรำลึกถึง
ความกล้าหาญของวีรบุรุษของเรา


ขจัดโรคฟุ่มเฟือยในตัวคุณ

โรคทางกายสามารถรักษาหายได้ไม่ยากนักแต่โรคทางใจที่คนยุคใหม่เป็นกันนี้เรียกง่ายๆว่าโรคฟุ่มเฟือยที่ทำให้ระบบการเงินที่แม้หาได้มากก็ไม่พอต่อความต้องการเสียทีลองใช้ไอเดียจาก คุณกำพลอัศวกุลชัย รองกรรมการผู้จัดการ บลจ. ทหารไทย เพื่อขจัดโรคฟุ่มเฟือยกันดีกว่า
หลีกไกลอารมณ์อยากซื้อ
ในที่นี้หมายถึงการเดินช้อปปิ้งทุกประเภท เพราะการขายของไม่ว่าให้ห้างสรรพสินค้า หรือตลาดนัดก็ตามล้วนมีการตกแต่งร้าน ทำการตลาดลดราคาให้ดูน่าซื้อหามาเป็นของตัวเอง โดยเฉพาะช่วงปลายเดือนจะมีของ Sale ล่อตาล่อใจ ให้สาวๆ ล่องลอยเข้าไปในร้านสู่โลกแห่งความฝัน และคิดว่าสิ่งที่ทำอยู่นั้นคุ้มค่าเพราะราคาถูกกว่าครึ่ง โดยที่ไม่ได้นึกถึงเลยว่าเราไม่ได้ต้องการมันสักนิด หรือไม่มันก็ยังไม่จำเป็น เพราะว่าสาวๆ กำลังติดอยู่ในอารมณ์อยากซื้อนั่นเอง ดังนั้นหนทางแก้อยู่ที่การกลับไปนอนคิดที่บ้านก่อน สักพักอารมณ์อยากตรงนั้นก็จะหายไปเอง
ใช้เวลาช้อปปิ้งมาทำงานเอาเวลาที่คุณไปช้อปปิ้งทำงานที่ค้างไว้ หรือหาข้อมูลเกี่ยวกับการงานใหม่ๆ เพราะว่าเวลาที่คุณมีอยู่สามารถสร้างเงินได้แทนการออกไปฟุ่มเฟือย นอกจากนี้ยิ่งทำงานยิ่งเพิ่มเงินเยอะขึ้น ตำแหน่งหน้าที่มีการเติบโต บางทีอาจจะมีโบนัสปลายปีคอยอยู่ หากยังรู้สึกอยากจะดูของอยู่ให้ใช้วิธีเลือกของเก่าเอามามิกซ์แอนด์แมตช์ ไว้เป็นกิจกรรมคลายเหงาของสาวชอบแต่งตัวแทน
คิดการใหญ่ไม่ฟุ่มเฟือยการคิดการใหญ่เป็นสิ่งที่ดี เพราะหมายถึงคุณจะต้องมีวินัยในการสะสมเงินให้ได้จำนวนมากพอสมควร เพื่อเก็บไว้ซื้อของที่อยากได้จริงๆ ไม่ใช่ของกระจุกกระจิกราคาถูกที่ใช้ 3 ทีก็เจ๊ง ลองเก็บตังค์ซื้อกระเป๋าหรือรองเท้าแบรนด์เนมดูสิ เพราะของพวกนี้ใช้ทนใช้นาน ดูแล้วคุ้มค่ากว่าการซื้อบ่อยๆ แต่ของไม่มีคุณภาพกว่ากันเยอะ
ไม่พกเงินและบัตรเต็มกระเป๋า
วิธีไม่พกเงินเยอะๆ จะทำให้คุณจำกัดการใช้จ่ายได้อย่างดี รวมทั้งงดใช้เงินอนาคตของบัตรเครดิต แม้ว่าจะมีแต้มสะสมล่อตาล่อใจเท่าไรก็ตาม พกเพียงแค่ 1-2 ใบ ไว้ยามฉุกเฉินก็พอแล้ว

ปริศนาหินเดินได้

Sailing Stones เป็น 1 ใน ปรากฏการณ์ธรรมชาติ ที่ยังคงเป็น ปริศนา ที่เกิดขึ้นที่ อุทยานแห่งชาติเดท วัลลี่ย์ (Death Valley National Park) ในรัฐแคลิฟอร์เนีย (California) ประเทศ สหรัฐอเมริกา ส่งที่พบก็คือ จะพบร่องรอยการเคลื่อนที่ของก้อนหิน ที่ทิ้งไว้บนดินเหนียวที่แห้งเป็นทางยาว โดยปรากฏการณ์ธรรมชาติ นี้จะเกิดขึ้นทุก 2 - 3 ปี ครั้ง และหินบางก้อนก็ใช้เวลากว่า 3 - 4 ปีในการเคลื่อนที่
 จาก ลักษณะรูปร่างของร่องรอยการไถลของหินนั้นบ่งบอกได้ว่าหินก้อนนั้นต้อง เคลื่อนที่ในช่วงที่พื้นของเรซแทรค พลาย่านั้นถูกปกคลุมด้วยดินเหนียวอ่อนนุ่ม ถ้าเป็นฝีมือของคนหรือสัตว์จะต้องมีร่องรอยของการเหยียบย่ำรบกวนชั้นดิน เหนียวด้วย แต่ในบริเวณดังกล่าวไม่ปรากฏหลักฐานร่องรอยจากคนหรือสัตว์ที่จะช่วยให้หิน เคลื่อนที่เลย มีเพียงร่องรอยการไถลของหินเท่านั้น
จะเห็นว่า หินทุกก้อน ไม่มีร่องรอย ของการเข้าไปรบกวน หรือทำการเคลื่ยนย้ายโดยคน หรือสัตว์ เพราะไม่มี รอยเท้า และพื้นที่ก็กว้าง เกินกว่าจะใช้ไม้หรือวัตถุเขี่ยถึง


ทางสมมุติฐาน อ้างว่าเกิดจาก ลม ตัวการที่นิยมนำมาใช้อธิบายปรากฎการณ์นี้ก็คือ ลม โดยส่วนมากลมที่พัดผ่านบริเวณนี้จะมีทิศทางพัดจากทิศตะวันตกเฉียงใต้ไปยัง ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และร่องรอยการไถลของหินก็มีทิศทางขนาดกับทิศทางของลมนี้ด้วย แต่ ก็มีนักวิทยาศาสตร์บางคน ไ้ด้แย้งว่ากระแสลมใน เรซแทรค พลาย่า สามารถทำให้ เดินน้อยกว่า 5 เซ็นติเมตร และ ถ้าต้องการให้ ดินเดินได้เป็นระยะตามที่ปรากฏ จะต้องมีกระแสลมแรงกว่า 145 กิโลเมตร / ชั่วโมง  
จะเห็นว่าหิน บางก้อนไม่ได้เคลื่อนที่เป็นแนวเส้นตรง ตามกระแสลมเสมอไป แต่นั้นก็อาดจากการที่กระแสลมเปลี่ยนทิศก็เป็นไปได้

บางสมมุติฐาน อ้างว่าเกิดจาก น้ำแข็ง คนกลุ่มหนึ่งให้ข้อมูลว่าเคยเห็นเรซแทรค พลาย่าถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็งชั้นบางๆ แนวคิดหนึ่งอธิบายว่าเมื่อน้ำรอบก้อนหินแข็งตัวและแต่ต่อมามีลมพัดผ่านผิว ด้านบนของน้ำแข็ง ทำให้แผ่นน้ำแข็งได้ลากก้อนหินนั้นไปด้วย จึงเกิดรอยครูดไถลบนพื้นผิวแอ่ง นักวิจัยบางคนพบร่องรอยไถลของหินหลายก้อนที่สอดคล้องกับแนวคิดนี้ด้วย แต่ อย่างไรก็ตามการเคลื่อนย้ายแผ่นน้ำแข็งขนาดใหญ่นั้นคาดว่าจะต้องมีการ ทิ้งร่องรอยบนพื้นผิวแอ่งในทิศทางอื่นๆ ด้วย แต่ก็ยังไม่พบร่องรอยนั้น

ถ้าบล๊อกนี้ซ้ำหรือ ผิดหลาดประการใดก็ขออภัย ด้วยนะครับ

เพิ่งหัดโพสครั้งแรกครับ

50 ความจริงของละครไทย

1. ถ้าคุณเป็นคนจน แม้ไม่เคยมีงานทำก็มีเงินกินข้าว และ เปลี่ยนเสื้อผ้าตลอดเรื่อง

2. โฆษณามักจะตัดกับตอนที่นางเอกกำลังถือแก้วกำลังจะจิบยานอนหลับ

3. ตัวละครแต่งหน้าตลอดเวลา แม้กระทั่ง นอนหรือป่วย ขนตาและมาสคาร่ามันโปะเต็มหน้า

4. ไม่พระเอกก็นางเอกจะมีปัญหาครอบครัว

5. พระเอกนางเอกละครไทยจะเริ่มปิ๊งกัน เพียงแค่ล้มทับกัน แต่จ้องตาเป็นประกายประมาน 3วิ ซะทุกเรื่อง นางเอกต้องอยู่ด้านบนด้วยนะ

6. เมื่อหลงป่า ฝนจะตก และเมื่อฝนตก จะเจอกระท่อมหรือถ้ำ และเมื่อเจอกระท่อมหรือถ้ำก็ยั่งว่า...

7. หากพระเอกโดนรุมทำร้าย ท่อนไม้เป็นอาวุธที่นางเอกจะหาได้ทุกที

8. นางร้ายที่มาในชุดแดง จะมีความร้ายระดับนางมาร

9. ตื่นมาละแปรงฟันกันน้อยมาก

10. เรื่องสำคัญอะไรก็ตามที่จะบอกกัน มักโดนตัดบทเสมอ

11. แม้ว่าพระเอกจะจบสูงมาแค่ไหนสุดท้ายก็โง่ได้อย่างมหัศจรรย์ด้วยคำพูดตัวร้าย เรียกได้ว่า พระเอกจะเชื่อทุกเรื่อง นอกจากเรื่องจริง

12. บุหรี่ เหล้า และ ยี่ห้อสินค้าโดนเซ็นเซอร์อย่างไร้สาระ แต่ตอนตบตีกัน ภาพใสแจ๋ว

13. พระเอกแขนเท่ากุ้งสามารถล้มนักเพาะกาย 4-5 คนได้มือเปล่า โดยท่าแรกมักจะเป็นเข้ามาชก และพระเอกปัดมือกัน และ โดนเตะออกไป

14. ร้องไห้หน้ายังสวย

15. เป็นธรรมดาที่จะเห็นตัวละครพูดกับตัวเอง เหมือนคนบ้า ( คิดในใจไม่เป็น )

16. ตัวร้ายมีจุดจบ 3 ประการ ตาย เป็นบ้า และ กลับมาดี ตัวร้ายไม่เคยได้ชดใช้ในสิ่งที่ทำ

17. เมื่อนางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชาย พระเอกจะดูออกคนสุดท้าย แม้ว่าคนทั้งโลกจะดูออกตั้งแต่วินาทีเเรก

18. บ้านนกอินทรีย์เป็นสถานที่ยอดนิยมในการถ่ายละคร

19. ยิงปืนไม่เคยโดนกัน ถ้าจะโดนก็โดนหัว ไม่ก็ แขน

20. และตอนตาย หน้าตาจะยังสดสวย แม้ว่าตัวละครนั้นจะยิงสมองตัวเองตาย เลือดยังไม่เปื้อนหน้า แต่จะย้อยลงมาอย่างสวยงาม และนอนในท่าที่สวยหรู

21. นักธุรกิจ มีการประชุมน้อยมาก

22. เลขาหน้าห้องมักสวย และ เป็นสายให้กับนางร้าย

23. ไม่เคยเรียกเก็บเงินหลังจากกินข้าว

24. ท่าเต้นในผับ มีท่าเดียว

25. การตบหน้าด้วยส้นสูงเป็นที่ฮือฮามากในช่วงหนึ่ง ทำให้การตบด้วยมือดูโลโซไปในขณะหนึ่ง

26. เวลาซ่อนตัวจากผู้ร้าย ต้องมีหนึ่งคนเหยียบกิ่งไม้

27. ถุงชอปปิ้ง หรือกระเป๋าเสื้อผ้าใบใหญ่ขนาดไหน จะเบาโหวง เพราะข้างในไม่มีอะไรเลย

28. ตร. หมอ มีอย่างละคน คดีไหน โรค ก็ เจออยู่คนเดียว และ ตำรวจมักจะมาตอนจบ

29. แอบฟังคนพูดกันในห้อง ถึงห้องจะปิดอยู่ก็ได้ยิน

30. พระเอกจะเห็นเสมอเวลา นางเอกจับมือกับผู้ชาย แบบพี่น้องหรือเพื่อน แล้วก็เข้าใจผิด

31. พระเอกต้องมีเลือดกรุปเดียวกับนางเอกหรือ ญาตินางเอก แต่ห้ามบอกเชียวนะ ว่าตัวเองเป็นคนให้เลือด หนังจะจบเร็ว

32. ตอนจบพระเอก นางเอกยืนจับมือ มองหน้าักัน จูบหน้าผาก พ่อแม่ ญาติ พี่น้อง เพื่อน คนใช้.. ยืนแอบดู แล้ว ตบมือ !!!แปะๆๆ

33. คนใช้ หรือลูกจ้างเป็นตัวเดินเรื่อง ประสานช่องโหว่งที่คนดูจะไม่เข้าใจ

34. ตัวละครยังไม่ทันได้พูดความจริงจนหมด ก็ตายไปซะก่อน

35. ช่วงหลัง นางเอกกับนางร้ายจะมีนิสัยใกล้เคียงกัน

36. พระเอกจะหมั้นกับนางร้ายมาเป็นปีๆ แต่ถ้านางเอกโผล่ปุ๊บ นางร้าย มีข้อเสียปั๊บ

37. พ่อพระเอกหรือนางเอก ต้องมีเมียน้อย

38. ต้องมีคนใช้ 2 ฝ่าย ธรรมะ และอธรรม ตีกันเอง

39. ตอนจบอาจจะมีคนใดคนหนึ่งเป็นบ้า ชีจะนั่งบนเตียงผู้ป่วยพร้อมกับตุ๊กตาหนึ่งตัว

40. ตัวประกันถูกจับที่เดียวคือโกดัง และ พระเอกจะมาทันตลอดราวกับว่ามีโกดังที่เดียวในประเทศไทย

41. กระโดดบังกระสุนแทนถือเป็นสุภาพบุรุษที่สุดละ

42. เวลามีคนโทรเข้ามือถือ กล้องต้องซูมเข้าไปให้เห็นชื่อแล้วถึงจะรับโทรศัพท์ได้ เดี๋ยวคนดูไม่รู้ว่าใครโทรมา

43. ฉากงานหมั้นหรือแต่งงาน จะมีคนมาขัดจังหวะ แฉและเปิดโปงความจริง

44. ฉากเลิฟซีนมักจะอยู่ในห้องที่มีเตียงและผ้าหุ่มสีขาว

45. จูบเเล้วต้องตบ ตบแล้วต้องด่า ด่าแล้วต้องวิ่งหนีไป

46. ถ้าเป็นฝาแฝด นางเอกมักจะถูกแยกกันแต่เกิด คนนึงไปอยู่กับมหาเศรษฐี อีกคนอยู่สลัมส์ตกยาก แล้วก็ต้องสลับตัวกัน

47. เวลามีฉากข่มขืน ผญ.จะวิ่งไปล้มบนที่นอน เหมือนจะพร้อมให้ย่ำยีแล้ว

48. พ่อไปดูลูกนอน หรือ พระเอกไปดูนางเอกนอน จะห่มผ้าให้ ถึงห้องนอนจะไม่มีแอร์ หรือไม่ใช่หน้าหนาว

49. ไม่ว่าตัวละครใดๆ ที่เป็นผู้หญิง จะต้องแต่งตัวเวอร์มากๆ ไม่มีคำว่าชุดอยู่บ้าน เครื่องแต่งกายจะต้องเลิศหรูเกินมนุษย์ปกติ

50.ช่อง 3 ตอนจบ ช่อง 7 ตอนอวสาน

เค้กวานิลลา..ง่าย ๆ


ชุมชน คนป่าแห่งป่าอเมซอน !!!!

.......ป่าร้อนชื้น อเมซอน เต็มไปด้วยสิงสาราสัตว์ต่าง ๆ มากมาย ก็ธรรมดาของผืนป่าที่ความเจริญยังเข้าไม่ถึงครับเพื่อน ๆ ......ป่าจึงอุดมไปด้วย พืชและสัตว์นา ๆ ชนิด
ความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่านี่เอง ที่ทำให้มีมนุษย์ บางกลุ่ม ที่หันหลังให้วิวัฒนาการ ความเจริญรุ่งเรืองของโลกภายนอก เก็บตัว ยึดถือวิถีชีวิตตามแบบอย่างของบรรพบุรุษของตน ไม่เปลี่ยนแปลง....ด้วยคิดว่า ผืนป่าที่พวกเขาอาศัยอยู่นั้น มีพร้อมแล้วทุกอย่าง และวัตถุนิยมตามโลกสมัยปัจจุบันที่พวกเรา ๆ ขุดคุ้ยค้นหา ต่อสู้ ตรากตรำ เพื่อมันนั้น....ดูจะไม่มีคุณค่ากับคนป่าอเมซอนเลย........
ผมขอยกตัวอย่างชาวเผ่าต่าง ๆ ที่อาศัยอยู่ในป่าแห่งนี้ มาให้เพื่อน ๆ ได้ศึกษา หรืออ่านเป็นความรู้รอบตัว เรื่องอ่าน อาจจะไม่มาก....เพราะเพื่อน ๆ คงสนใจในประเด็นสำคัญเท่านั้น....กระผมจึงขอแปล ในหัวข้อที่สำคัญ ๆ ก็แล้วกันครับเพื่อน ๆ
ส่วนเพื่อน ๆ ท่านใด ที่เคยผ่านตามาบ้างแล้ว....หรือถึงขนาดได้ไปคลุกคลีกับเผ่าใดเผ่าหนึ่ง....กระผมก็....." เป็นไงบ้างครับ...สาวสวยไม๊ ค่าสินสอดแพงอะป่าว....เอิ๊ก ๆ "
 ตามแผนที่ครับเพื่อน ๆ  ป่าดงดิบอเมซอน ก็กินไปหลายพื้นที่ ผมขอเริ่มที่เผ่า......
อมาฮัวกา..... อาศัยอยู่ในป่าเขตร้อนตั้งอยู่ในดินแดนของประเทศ " เปรู " ครับเพื่อน ๆ  เผ่าที่มีประชากรมากที่สุด อาศัยอยู่ใน Puesto Varadero พูเอสโต วาราเดอโร่ ตะเข็บชายแดน ระหว่าง เปรู-บราซิล
ศตวรรษที่ 18 ครับ พวกเหล่ามิชชั่นนารี่ ได้รู้จักชนกลุ่มนี้เป็นครั้งแรก.....


The Spirit of the Jaguar
ฮัวโอรานี่
ป่าคือผู้ให้กำเนิดข้า วิญญาณของข้าคือเสือจากัวร์  ( เท่ห์ดีเนาะ ผมแปลแบบนี้ ไม่ใช่ผมนะเท่ห์ ออกตัวไว้ก่อน เดียวบางคนก็หาว่าผม " คิดว่าตัวเองน่ารักอีก " ภาษาบ้านนอกผมจะตอบกลับไปว่า " โอ้ย ย่านแตกู๊ได่ลืนเนาะ มึ๊งกะดาย " ฮะ ๆ ๆ

สาธารณรัฐเอควาดอร์ครับเพื่อน ๆ ...ป่าดงดิบที่ชนเผ่านี้ตั้งรกรากอยู่ ประชากรประมาณ 1,500 คนครับสำหรับชนเผ่านี้...และย้ายถิ่นฐานไปทั่ว กินเนื้อที่ประมาณ 20,000 ตารางกิโลเมตร ชนเผ่านี้ ก็ถูกค้นพบโดย มิชชั่นนารี่อีกเช่นกันครับ...ตามไปด้วยพวกที่ล่าขุมทองคำ เผ่านี้เคยถูกขนานนามว่า " เผ่ามนุษย์กินคน "


ไทโรนา
ชนเผ่าไทราน่า มีเชื้อสายของชาวโคลัมเบียครับเพื่อน ๆ  ถูกค้นพบโดยเหล่านักล่าสมบัติในปี ค.ศ. 1975 เป็นชนเผ่าที่ทันสมัยที่สุดก็ว่าได้ครับ เพราะชนเผ่านี้ รู้จักสร้างสิ่งต่าง ๆ เองเช่น  เครื่องครัว เครื่องประดับทอง เงิน  เสื้อผ้า และที่อยู่อาศัยที่ค่อนข้างจะมั่นคง แข็งแรง



....ไทโรน่า ชนเผ่านี้มีหลักแหล่งอยู่ในแถบโคลัมเบีย และก็ปกครองโดยประเทศโคลัมเบียครับ...ซึ่งแตกต่างจากขนเผ่าอิสระข้างต้น....หนุมชาวเผ่าที่นั่งเหม่อลอยอยู่ในภาพนี้ ก็อกหักครับ......ฮะ ๆ ๆ









ทำไมเค้กวันเกิดต้องมีเทียนปัก

 
จากการค้นหาข้อมูลของเราพบว่า เทียนที่ปักอยู่บนเค้กวันเกิดมีที่มาและ
ความเชื่อต่างกันตามแต่ยุคสมัย ดังนี้ 

     ตามตำนานของชาวกรีกโบราณเชื่อกันว่า เทียนที่ปักอยู่บนเค้กวันเกิดซึ่งไว้สำหรับบูชาเทพีจันทรา ณ

วิหารอาร์เทอมิสนั้นก็เพื่อทำให้เค้กนั้นมีลักษณะเหมือนดวงจันทร์นั่นเอง กล่าวคือ ชาวกรีกต้องการใช้แสง
สว่างจากเทียนไขสีเหลืองนวลให้ทอแสงประกายไปทั่วตัวเค้กที่เป็นวงกลม เพื่อให้เค้กนั้นมีลักษณะ
เหมือนดวงจันทร์ จะได้เข้ากับพิธีบูชาเทพีจันทรา

     ทว่า สำหรับชาวเยอรมันในอดีตเชื่อว่า เทียนที่ปักอยู่บนเค้กวันเกิดถือเป็นสื่อสัญลักษณ์แทน

"แสงแห่งชีวิต" โดยพวกเขาจะปักเทียนขนาดใหญ่เอาไว้ตรงกลางเค้กให้สุกสว่างโชติช่วงเปรียบเสมือน
เป็นแสงเทียนแห่งชีวิต

     สำหรับผู้เชี่ยวชาญบางสำนักระบุว่า ธรรมเนียมการปักเทียนบนเค้กวันเกิดอาจจะเกิดขึ้นเพราะความเชื่อของ

ชาวคริสต์ที่ว่า พระเจ้าอาศัยอยู่บนท้องฟ้า และเพื่อที่ว่าพวกเขาจะสามารถติดต่อกับพระเจ้าได้ก็ต้อง
อาศัยแสงและควันจากเปลวเทียน ด้วยเหตุนี้ จึงมีการปักเทียนบนเค้กวันเกิดเพื่อให้พระเจ้าทรงรับรู้ในคำสวด
และคำอธิฐานของเจ้าของวันเกิด

     ไม่ว่าที่มาของเทียนวันเกิดจะเกิดขึ้นด้วยวัตถุประสงค์ใดก็ตามแต่ธรรมเนียมปฏิบัติดังกล่าวก็ได้ถูกสืบทอด

มาจนถึงปัจจุบัน อีกทั้งยังมีความเชื่อใหม่เกิดขึ้นตามมาเรื่อยๆ ด้วย ตัวอย่างเช่น มีความเชื่อว่าจะต้องปักเทียน
ให้เท่ากับจำนวนอายุของเจ้าของวันเกิด และหากว่าเจ้าของวันเกิดสามารถเป่าเทียนดับทั้งหมดภายใน
หนึ่งอึดใจ แสดงว่าเขาจะโชคดีตลอดปี หรือหมายความว่า คำอธิฐานของเขาจะกลายเป็นจริง ในทางกลับกัน
หากไม่สามารถเป่าให้ดับได้ทั้งหมด ก็แสดงว่าคำอธิฐานของเขาจะไม่เกิดขึ้น เป็นต้น...